แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ครูไทย

หน้า: [1] 2
3
แบบรูปรายการและรายการประกอบแบบก่อสร้าง ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 (งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ)
สำหรับ 1.โรงเรียนปกติ 2.สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก (พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็ก) ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนในสังกัดที่ได้รับงบประมาณในการก่อสร้าง
Download แบบที่ได้รับงบประมาณส่งให้กรมบัญชีกลางในการประกวดราคาวิธี e-Bidding
รายละเอียดแบบรูปรายการดังแนบ และหนังสือมาตรฐานประกอบแบบก่อสร้าง ปีงบประมาณ 2559
แบบก่อสร้าง 46 รายการ ตามลิงค์นี้ https://drive.google.com/drive/folders/0B_3ORL_ZpvrkdjVlTTVuQWxzNHc?usp=...

4
แบบรูปรายการก่อสร้างและหนังสือมาตรฐานประกอบแบบก่อสร้าง
ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนในสังกัดที่ได้รับงบประมาณในการก่อสร้าง
Download แบบที่ได้รับงบประมาณส่งให้กรมบัญชีกลางในการประกวดราคาวิธี e-Bidding
รายละเอียดแบบรูปรายการดังแนบ และหนังสือมาตรฐานประกอบแบบก่อสร้าง ปีงบประมาณ 2560
แบบก่อสร้าง 46 รายการ ตามลิงค์นี้ https://drive.google.com/drive/folders/0B_3ORL_ZpvrkZGZnRkMzektxUlE?usp=...

5
สูตรการคำนวณหาปริมาตรไม้        

ในทางการค้า เราซื้อและขายไม้แปรรูปกันเป็นปริมาตรโดยมีหน่วยเป็น "ลูกบาศก์ฟุต"  หรือ "คิวบิคฟุต" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "คิว"

สูตรในการคำนวณ มี ให้เลือกใช้ 2 สูตร โดยจะเลือกใช้สูตรใดนั้น จะต้องดูที่หน่วยความยาวของไม้เป็นหลัก ว่าใช้หน่วยใดในการวัดความยาวของไม้

สูตรที่ 1 ใช้ในกรณีที่ ไม้แปรรูปวัดความยาวเป็น "ฟุต" (จะเป็น ไม้สัก และไม้นำเข้าจากอเมริกา) สูตรมีดังนี้ 

จำนวนแผ่น x หนา(นิ้ว) x  กว้าง(นิ้ว) x ยาว(ฟุต)  หาร ด้วย 144

ตัวอย่างเช่น  ไม้หนา  1” กว้าง 2” ยาว 6.5 ฟุต จำนวน 10 แผ่น คิดดังนี้

10 x 1 x 2 x 6.5/144 = 0.90 คิว (ลูกบาศก์ฟุต)

สูตรที่ 2
ใช้ในกรณีที่ ไม้แปรรูปวัดควมยาวเป็น "เมตร" (ไม้ ทุกชนิดที่ไม่ใช่ไม้สัก และไม้นำเข้าจากอเมริกา) สูตรมีดังนี้

จำนวนแผ่น x  หนา(นิ้ว) x  กว้าง(นิ้ว) x  ยาว(เมตร)  คูณ ด้วย 0.0228

ตัวอย่างเช่น  ไม้หนา 1” กว้าง 2” ยาว 2.00 เมตร จำนวน 10 แผ่น คิดดังนี้

10 x 1 x 2 x 2.00 x .0228 = 0.91 คิว(ลูกบาศก์ฟุต)

13
การจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๓) พบเห็นสถานศึกษาหลายแห่งยังดำเนินการไม่ถูกต้องตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. ๖๑๘/๒๕๕๒ เรื่อง การจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๓) สั่ง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ให้ใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๒ เป็นต้นไป นั้น เว็บครูไทยจึงนำมาเสนอ ดังนี้

๑.แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) เป็นเอกสารสำหรับสถานศึกษาใช้ตัดสินและอนุมัติผลการเรียนให้ผู้เรียนเป็นผู้สำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยบันทึกข้อมูลของผู้เรียนที่จบการศึกษาในรุ่นเดียวกัน  สถานศึกษาต้องจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) โดยใช้แบบพิมพ์เอกสารที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดเท่านั้น
   
๒.ลักษณะแบบพิมพ์แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๓) 
   ๒.๑ แบบพิมพ์แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๓) จำแนกเป็น ๓ แบบ คือ
      ๒.๑.๑ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ระดับประถมศึกษา (ปพ.๓ : ป)
      ๒.๑.๒ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ปพ.๓ : บ)
      ๒.๑.๓ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปพ.๓ : พ)
      การจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๓) สถานศึกษาจะต้องใช้แบบพิมพ์ให้ถูกต้องตรงกับระดับการศึกษาที่จัดทำ
   ๒.๒ แบบพิมพ์แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๓) ทุกระดับ จัดทำไว้ ๒ ประเภท ได้แก่
      ๒.๒.๑ แบบพิมพ์ปกติ มีลักษณะเป็นแบบพิมพ์สมบูรณ์ ครบถ้วน สำหรับใช้กรอกข้อมูลด้วยการเขียนหรือพิมพ์ดีด

      ๒.๒.๒ แบบพิมพ์สำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นกระดาษว่าง พิมพ์เฉพาะชื่อเอกสารและข้อมูลบางส่วนที่สำคัญ สถานศึกษาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวิธีการจัดทำเอกสารของตน

๓. การพิมพ์และการสั่งซื้อแบบพิมพ์แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๓)
   ๓.๑ การพิมพ์ ให้องค์การค้าของ สกสค. จัดพิมพ์ ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
   ๓.๒ การสั่งซื้อแบบพิมพ์  ให้สถานศึกษาสามารถสั่งซื้อได้โดยตรง โดยหัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบในการสั่งซื้อ และเก็บรักษาแบบพิมพ์ที่สั่งซื้อแล้ว   
   
๔. การจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) ให้สถานศึกษาดำเนินการดังนี้
   ๔.๑ แต่งตั้งนายทะเบียนของสถานศึกษาอย่างเป็นทางการ  เพื่อรับผิดชอบการจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  (ปพ.๓)  และเอกสารสำคัญอื่นๆ ของสถานศึกษา
   ๔.๒ แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) เป็นคราวๆ ไป  ประกอบด้วยผู้เขียน/พิมพ์  ผู้ทาน  และผู้ตรวจ  การดำเนินงานจัดทำให้ปฏิบัติตามคำอธิบายการจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  (ปพ.๓)  แนบท้ายคำสั่งนี้อย่างถูกต้อง ภายใต้การกำกับดูแลของนายทะเบียน
   ๔.๓ เมื่อจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กรรมการทุกคนและนายทะเบียนลงนามไว้ที่ด้านหน้าของเอกสารในช่องที่กำหนดไว้ทุกแผ่นก่อนเสนอให้ผู้อำนวยการ หรืออาจารย์ใหญ่ หรือครูใหญ่ แล้วแต่กรณี พิจารณาอนุมัติการจบการศึกษา
   ๔.๔ ผู้อำนวยการ หรืออาจารย์ใหญ่ หรือครูใหญ่ ควรเสนอคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  พิจารณาแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  (ปพ.๓)  ที่จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว  เพื่อความถูกต้อง สมบูรณ์ และรอบคอบก่อนลงนาม อนุมัติผลการจบการศึกษา
   ๔.๕ สถานศึกษาต้องจัดทำแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓)  ภายในเวลา ๓๐ วัน นับจากวันอนุมัติผลการเรียนและสำเร็จการศึกษาแต่ละครั้ง  โดยระดับประถมศึกษา  จัดทำครั้งละ  ๒  ชุด  เก็บรักษาไว้ที่สถานศึกษา ๑ ชุด ส่งเก็บรักษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดของสถานศึกษา  ๑  ชุด สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ให้จัดทำครั้งละ  ๓  ชุด  เก็บรักษาไว้ที่สถานศึกษา ๑ ชุด ส่งเก็บรักษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดของสถานศึกษา ๑  ชุด  และส่งเก็บรักษาที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ  ๑  ชุด  เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบวุฒิการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษา

๕. การจัดเก็บรักษาแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) ให้สถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดของสถานศึกษา จัดเก็บรักษาแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  (ปพ.๓)  ไว้ในที่ปลอดภัยตลอดไป อย่าให้ชำรุดเสียหาย หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลได้
        กรณีข้อมูลในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  (ปพ.๓) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เก็บรักษาไว้ที่หน่วยงานต่าง ๆ มีข้อมูลไม่ตรงกัน  ให้ยึดข้อมูลในเอกสารหลักฐานฉบับที่เก็บรักษาไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ  เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

๖. การแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓)  ที่ส่งไปเก็บรักษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ แล้ว ให้ดำเนินการดังนี้
   ๖.๑ สถานศึกษายื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มรายชื่อต่อผู้อำนวยการสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา
   ๖.๒ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในการขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมรายชื่อของผู้สำเร็จการศึกษา
   ๖.๓ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ข้อเท็จจริงประการใดแล้ว ให้รายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมหลักฐานต่าง ๆ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

15
ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษา  ระดับก่อนประถมศึกษา ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศ  ณ  วันที่ 16 กันยายน  พ.ศ. 2549 ได้ประกาศไว้ว่า

โดยที่เห็นสมควรให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษา ระดับก่อนประถมศึกษา  ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ  พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและประเภทของการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2546 ข้อ 1 (1) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษา ระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ  1  การรับเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ให้รับเด็กที่มีอายุไม่น้อยกว่า 4 ปีบริบูรณ์

ข้อ  2  การนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ให้นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิดไปจนถึงวันแรกของการเปิดภาคเรียนที่ 1 ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา   การเปิดและปิดสถานศึกษา  พ.ศ. 2538 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)  พ.ศ. 2543

และจาก ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2555 กำหนดให้รับนักเรียนชั้นก่อนประถมศึกษา ไว้ว่า

ให้รับเด็กก่อนประถมศึกษาอายุ 4-5 ปี ที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนเข้าเรียนโดยไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ ถ้ายังไม่เต็มให้รับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้ กรณีที่มีผู้สมัครเกินจานวนที่รับได้ ให้ใช้วิธีการจับฉลาก

จากข้อมูลดังกล่าว ในการรับนักเรียนเข้าเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ก็จะประกาศรับสมัครได้ว่า

- รับเด็กที่มีอายุ 4-5 ปี (เด็กเกิดตั้งแต่ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 - 16 พฤษภาคม 2551)

***สำหรับการรับนักเรียนเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2555 ได้ประกาศไว้ว่า

ให้รับเด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 7 หรือจบการศึกษาชั้นก่อนประถมศึกษา ที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ทุกคน โดยไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ ถ้ายังไม่เต็มให้รับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้ กรณีที่มีผู้สมัครเกินจานวนที่รับได้ ให้ใช้วิธีการจับฉลาก และประสานกับโรงเรียนใกล้เคียง เพื่อจัดหาที่เรียนให้เด็กได้เข้าเรียนทุกคน

ดังนั้น การรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จะรับเด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 7 (เด็กที่เกิดปี พ.ศ. 2548) หรือจบการศึกษาชั้นก่อนประถมศึกษา

คงจะทำให้หลายท่านมีความเข้าใจที่ชัดเจน ในการนับอายุเด็กเข้าเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 1 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1



หน้า: [1] 2